บทที่ 9 บีบบังคับ(3)

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ... ไม่ใช่ปัญหาของผม”

“น้าขอร้องล่ะคุณคิน ถือว่าเวทนาน้าเถอะนะ อย่าบีบบังคับเรื่องหุ้นเลยจะให้น้าทำยังไงก็ได้ ให้น้าชดใช้เป็นอะไรก็ได้ เงินสด เครื่องเพชร หรืออะไรก็ตามที่คุณอยากได้ น้ายอมให้หมดทุกอย่าง แต่อย่าเอาเรื่องหุ้นกับเรื่องยายฝันไปบอกคุณพี่เลยนะ น้าไหว้ล่ะ”

อคิระนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของแม่เลี้ยง ก่อนที่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจะผุดขึ้นที่มุมปากของเขาอีกครั้ง

“ให้น้าชดใช้เป็นอะไรก็ได้งั้นเหรอ...”

“ชะ ... ใช่ค่ะ น้ายอมทุกอย่างเลย” โสภาพรรณพยักหน้ารัว ๆ อย่างมีความหวัง

“ถ้างั้น...” อคิระกดเสียงต่ำตอกย้ำทุกถ้อยคำ “ก็ชดใช้ด้วยชีวิต ‘ลูกสาว’ ของคุณเป็นไงล่ะ”

“คุณคิน ... คุณหมายความว่ายังไงคะ” โสภาพรรณชะงัก มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ส่งตัวทอฝันมาให้ผม ให้มันมาเป็นนางบำเรอของผม ในเมื่อเธอฆ่าผู้หญิงที่ผมรัก เธอก็ต้องชดใช้ด้วยร่างกายและชีวิต ให้มาเป็นของเล่น ระบายอารมณ์ของผม  เหมือนที่ครั้งหนึ่ง คุณก็เคยเป็น ‘เมียบำเรอ’ ให้พ่อผมไงล่ะ!”

“คุณคิน ไม่ได้นะคะ นั่นมันลูกสาวน้าทั้งคนนะ” โสภาพรรณ ช็อกกับข้อเสนออันป่าเถื่อน

“อ้าว... ทำไมล่ะ รักลูกมากหรือไง? ทีเมื่อกี้ยังปากแข็งบอกไม่รู้จักมันอยู่เลยนี่ ทีตัวเองยังยอมพลีกายเร่ขายตัวมาเป็นเมียน้อย เป็นของเล่นให้พ่อผมได้เลย! แล้วทีลูกสาวคุณจะมาเป็นของเล่นให้ผมบ้าง มันจะเป็นอะไรไปล่ะ”

“แต่ยายฝันไม่เกี่ยวอะไรด้วย!แกไม่ได้ตั้งใจขับรถชนหนูตรีนะคุณคินคุณจะเอาแกไปกักขังทำร้ายแบบนั้นไม่ได้!”

“งั้นก็เลือกเอา!” อคิระตะคอกเสียงกร้าว สะบัดมือโสภาพรรณทิ้งอย่างแรงจนเธอหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น

“จะส่งมันมาลงนรกกับผมเงียบ ๆ หรือจะให้ผมเดินเข้าไปบอกพ่อตอนนี้เลย ว่าเมียแสนดีของเขามีลูกติดเป็นฆาตก! แล้วเตรียมตัวหอบเสื้อผ้าไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ”

โสภาพรรณสะอื้นจนพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าอคิระทำจริงแน่ และถ้า

อัศวิทย์รู้เรื่องนี้ เธอจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงินทอง บ้านหลังใหญ่ และหน้าตาในสังคมที่เธออุตส่าห์ตะเกียกตะกายสร้างมา

ระหว่างลูกสาวที่เธอทอดทิ้งมาตลอด กับความสุขสบายของตัวเอง เธอไม่มีทางเลือกอื่น

อคิระมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและเห็นแก่ตัวของแม่เลี้ยง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้าอย่างรู้ทันคำตอบ

“คิดและตัดสินใจดี ๆ ล่ะว่าจะยอมเสียลูกสาว หรือจะยอมเสียทุกอย่างที่คุณมี”

อคิระหัวเราะผ่านลำคอด้วยความสะใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกไป แต่เดินจาไปได้เยงไม่กี่ก้าว เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวก็ดึงขึ้นไล่หลัง

“เดี๋ยว! คุณคิ! เดี๋ยวก่อน!”

อคิระหยุดชะงักฝีเท้า ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมอง ทำเพียงแค่ปรายหางตาเหยียด ๆ ไปด้านหลัง

“ตัดสินใจได้เร็วกว่าที่คิดนะ”

โสภาพรรณรีบตะกายลุกขึ้นจากพื้นศาลาวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าลูกเลี้ยง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำตาและมาสคาร่า

“น้า ... น้าตกลง” เธอเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก “น้าจะส่งตัวยายฝันให้คุณ...”

อคิระแสยะยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงวัยกลางคน

“ฮึ ... เลือดเย็นกว่าที่คิดนะ ขายลูกสาวตัวเองกินเพื่อแลกกับความสุขสบายของตัวเองได้ลงคอ สันดานเห็นแก่ตัวมันฝังลึกอยู่ในสายเลือดคุณจริง ๆ”

“น้าไม่มีทางเลือก! คุณเป็นคนบีบบังคับน้าเองนะคุณคิน น้าให้ยายฝันกับคุณแล้ว คุณต้องรักษาสัญญาด้วย คุณห้ามเอาเรื่องที่น้ามีลูกติดไปบอกคุณพี่เด็ดขาด ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้!”

“แน่นอน... ถ้าของเล่นชิ้นใหม่มันตอบสนองความแค้นของผมได้ดีพอ ผมก็จะปิดปากเงียบให้” อคิระกอดอก จ้องหน้าแม่เลี้ยงด้วยแววตาสมเพช

“แต่จำไว้ข้อหนึ่งนะคุณโสภาพรรณ ถ้าลูกสาวคุณคิดหนี หรือทำให้ผมไม่พอใจเมื่อไหร่ ผมจะเดินไปหาพ่อทันที และคุณนั่นแหละ... จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ!”

“น้าเข้าใจแล้ว... น้าจะจัดการพูดกับยายฝันให้รู้เรื่องเอง”

“ดี! คืนนี้... เอาตัวเธอไปส่งให้ผมที่คอนโดฯ ถ้าคืนนี้ผมไม่เห็นหน้าทอฝัน พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากคฤหาสน์ได้เลย!”

พูดจบ อคิระก็เดินล้วงกระเป๋ากลับไปที่รถสปอร์ตของตัวเอง ทิ้งให้โสภาพรรณยืนกำมือแน่นอยู่กลางสนามหญ้า แม้จะรู้สึกผิดต่อลูกในไส้อยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงกระเป๋าแบรนด์เนม รถหรู และหน้าตาในสังคมที่เธอจะสูญเสียไปหากความลับแตก ความสงสารลูกก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

“แกต้องเข้าใจแม่นะฝัน... แม่เลี้ยงแกมา แกก็ต้องตอบแทนบุญคุณแม่สิ”

โสภาพรรณพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อคว้ากุญแจรถและขับตรงดิ่งไปยังคอนโดมิเนียมของลูกสาวทันที...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป